“ไวท์-กัปตัน” คู่ถูกขั้ว

คอลัมน์ คุยกับดาว
เรื่อง – อนันต์ ธัญญ์รัตน์

S__1761496“กาแฟเป็นเครื่องดื่มประจำตัวที่ทำให้ผมตื่น แต่บทสนทนาของพวกเขาทำให้ผมฝันทั้งๆ ที่กำลังตื่น” ผมเขียนลงสมุดบันทึกข้างกายเอาไว้เช่นนั้นหลังจากกลับมาจากการสัมภาษณ์กับ “ไวท์-ณวัชร์ พุ่มโพธิงาม” และ “กัปตัน-ชลธรคงยิ่งยง”

ทันทีที่ผมเดินทางมาถึงได้เพียงไม่นาน ก็รู้สึกถึงมือซนที่มาสะกิดอยู่บนแผ่นหลัง เมื่อเหลียวไปมองก็พบกับหนุ่มน้อยหน้าใสวัยกระเตาะกำลังทำหน้าทะเล้นรอต้อนรับผมอยู่ หลังจากส่งยิ้มพูดคุยทักทายกันในเบื้องต้นแล้ว ผมก็ถามไถ่ถึงพี่ชายสีขาวของเขาเพราะวันนี้เป็นการสัมภาษณ์คู่หาใช่การสัมภาษณ์เดี่ยว

“พี่ไวท์…พี่ไวท์” กัปตันร้องเรียกด้วยเสียงที่ดังกว่าปกติเล็กน้อย ชายหนุ่มผมยาวทรงเห็ดหันมามองตามต้นเสียง เขาส่งยิ้มอ่อนๆ กลับไปให้แล้วสืบเท้าใกล้เข้ามา เสียงรองเท้ากระทบพื้นก็แว่วดังมาจากที่ห่างไกลก่อนจะค่อยๆ แจ่มชัดขึ้นในโสตประสาทของผม ก่อนที่เสียงดังกล่าวจะหยุดลงตรงเบื้องหน้า

“สัมภาษณ์กันเลยไหมครับ” ทันทีที่ไวท์พูดจบ อุ้งมือของเขาก็เคลื่อนตัวมาเกาะกุมอยู่บนบ่าของกัปตันและขยำแน่นลงมาคล้ายต้องการจะยั้งหัวใจให้ผมพิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้า

“เอาดิ” กัปตันพูดกับไวท์ในขณะที่พวกเขาทั้งสองเคลื่อนตัวเองมาอีกด้าน ทิ้งระยะห่างระหว่างกันแค่เพียงมือเอื้อมถึง เพื่อให้ผมสัมภาษณ์ได้สะดวก

มีคำกล่าวที่ว่า ‘ปัญหาทุกอย่างย่อมมีทางแก้’ แต่สำหรับสองหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าผมคู่นี้ที่มักจะมีปัญหามาให้แก้อยู่บ่อยครั้ง ผมไม่แน่ใจว่าเวลาพวกเขามีปัญหา จะมีให้กำลังใจกันบ้างไหม

กัปตัน “ก็บอกพี่ไวท์ว่าจะตอบอะไรก็ใจเย็นๆ ค่อยๆ ไม่ต้องรีบนะ ทำใจสบายๆ”
ไวท์ “ก็มีโทรไปหาน้องว่า เราทะเลาะกันตอนไหน กัปตันก็บอกว่าไม่รู้พี่ เดี๋ยวมันก็ผ่านไป ก็โอเคครับ ปล่อยมันผ่านไป”

“อะไรนะครับ” ไวท์ทวนคำพร้อมทำหน้างุนงง ผมกลอกตาไปจับจ้องที่ใบหน้าเปื้อนสิวของเขาก่อนจะป้อนคำถามให้อีกครั้งว่า ช่วงนี้ออกงานคู่กันบ่อยมากขึ้น เพราะว่าใจตรงกันหรือเปล่า

“เอ่อ…” ไวท์อึกอัก ก่อนที่จะตอบว่า “เวลาว่างเราค่อนข้างจะตรงกันครับ วันไหนไวท์เรียนกัปตันก็จะเรียนด้วยเหมือนกัน วันไหนที่ว่างด้วยกันเค้าก็จะหางานให้เราได้แบบตรงกันครับ”

เหงาไหม เวลาที่ต้องออกงานคนเดียว ผมถามต่อ

“เหงาครับ” ยังไม่ทันที่ประโยคคำถามของผมจะจบลง สองหนุ่มต่างก็พร้อมใจกันประสานเสียง

ผมกระตุ้นให้พวกเขาเล่าต่อถึงความรู้สึกเวลาออกงานคู่กัน

“รู้สึกเหมือนพี่เค้ามาดูแลเรา คอยช่วยเหลือ มาอยู่ด้วยกันครับ” กัปตันกล่าว
“ออกงานกับน้องจนชินแล้ว เวลาออกงานคนเดียวหรือสัมภาษณ์ก็ต้องพูดคนเดียว ไม่มีคนมาช่วยพูด” ไวท์รีบเสริม

S__1761503สำหรับคนที่ไม่เคยผ่านงานแสดงมาก่อนเลย การแสดงละครเรื่องแรกก็ถือว่ายากไม่น้อยอยู่แล้ว เมื่อต้องมาแสดงร่วมกับทีมนักแสดงหน้าใหม่ยกชุด ความง่ายในการทำงานก็หดเล็กลงไปอีก และยิ่งต้องรับบทชายรักชายด้วยกันทั้งคู่แล้ว การคลำหาเข็มใต้มหาสมุทรก็อาจจะง่ายดายกว่า หลังจากจบซีซั่นแรกไปแล้ว ผมไม่แน่ใจว่าเขาจะตื่นเต้นกับซีซั่นสองที่กำลังจะมาถึงหรือไม่

“คิดว่าน่าจะเปิดกล้องประมาณปีหน้า แต่ยังไม่ทราบเดือน ก็รู้สึกตื่นเต้นครับ เหมือนได้มาเจอเพื่อนๆ เจอครอบครัวกันอีกครั้ง มาลุ้นบทด้วย” กัปตันกล่าวด้วยใบหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง

ผมไม่รอช้าที่จะป้อนคำถามที่เหล่าปลาทองน้อยใหญ่ทั้งหลายคงอยากจะรู้คำตอบว่า ตื่นเต้นที่จะได้จูบด้วยไหม?

ไวท์เอื้อมมือมาเกาะกุมที่หัวไหล่ของกัปตัน พลางยื่นหน้าเข้ามาใกล้พร้อมยักคิ้วอย่างมีเลศนัย ก่อนจะบอกกับกัปตันด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบที่ข้างหูพอได้ยินกันอยู่แค่สองคนว่า “ซีซั่นแรกก็จูบไปแล้ว ถ้าจูบอีกก็คงไม่ยากเนอะ (หัวเราะ)”
กัปตันนิ่งคิดไปเสี้ยววินาที แล้วก็พยักหน้าเล็กๆ พร้อมกับยิ้มบางๆ แทนคำตอบ

ความมั่นใจที่เริ่มก่อตัวพุ่งสูงขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัยและใคร่ครวญอะไรอีกต่อไป เสียงของพวกเขาเริ่มดังกว่าระดับเสียงปกติที่ใช้ในการสนทนากัน โดยเฉพาะในยามที่ใกล้กันขนาดนี้ เสียงนั้นทำให้ผมหันกลับมามองใบหน้าของพวกเขาอีกครั้ง ก่อนจะเริ่มคำถามที่ผมปรารถนาที่จะรู้มาตั้งแต่หลายนาทีก่อนขณะยืนรอพวกเขา ผมไม่แน่ใจว่าพวกเขาเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยแบบนี้จะมีวันหยุดบ้างไหม

กัปตัน “ก็มีบ้างครับ บางวันพี่เขาก็จะถามว่าเราไหวไหม เราอยากทำไหม เขาก็จะถามเราอยู่ตลอดครับ”
ไวท์ “ก็ถามตลอดครับว่าไหวหรือเปล่า ง่วงไหม เหนื่อยไหม เราก็บอกว่าเดี๋ยวกลับไปก็ได้นอนเอง”

“เห็นกัปตันบอกว่าอยากไปทะเล” ไวท์พูดถึงสถานที่ที่เขาอยากไปเที่ยว ถ้ามีวันหยุดยาว

ดวงตากลมโตของกัปตันเปลี่ยนไปจับจ้องที่ไวท์ ราวกับลูกแมวตัวน้อยที่กำลังออดอ้อนขอกินปลาอย่างไรอย่างนั้น ม่านตาที่กระพริบอย่างถี่ยิบเหมือนบอกเป็นนัยว่าอยากจะให้พี่ชายหัวเห็ดคนนี้พาเขาไปทะเลด้วย ไวท์นิ่งคิดไปไม่กี่วินาที ก่อนที่จะตอบรับด้วยสายตา และเสนอความคิดที่ก่อกำเนิดในใจตนเองให้กัปตันและผมได้รับรู้

“เดี๋ยววันไหนว่างๆ จะพาน้องไปเที่ยวครับ” รอยยิ้มบางเบาฉายขึ้นมาแวบหนึ่งที่มุมปากของเขา ก่อนที่มันจะหายวับไปกับสายลมที่พริ้วผ่านมาพอดี ผมยังคงนิ่งมองพวกเขาทั้งสองอย่างไม่กระพริบตา

หลังจากที่หัวใจเต้นตูมตามอยู่นานครัน ผมก็เห็นกัปตันยิ้มดีใจ รอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่สดใสของกัปตันบ่งบอกถึงความเป็นเอกลักษณ์ของเขาได้เป็นอย่างดี ภาพของพวกเขาสองคนเลื่อนเข้ามาอยู่ในสายตาก่อนจะดำดิ่งลงไปในหัวสมองของผม

ผมค้นตัวตนของพวกเขาอย่างไม่เร่งรีบ พวกเขาสองคนเหลือบตามองกันโดยมิได้นัดหมาย สายตาของไวท์คล้ายจะบอกอะไรบางอย่างให้กัปตันได้รับรู้ เวลาผ่านไปแค่ไม่กี่วินาที แต่ผมรู้สึกคล้ายโลกกำลังหยุดหมุนเมื่อพวกเขาสองคนจ้องตากันราวกับเป็นปลากัด เพียงแต่ว่าบางสิ่งบางอย่างยังคงคลุมเคลืออยู่ จนผมต้องพิสูจน์เพื่อไขข้อข้องใจของความคลุมเคลือเหล่านั้น

“ตอนนี้เราก็สนิทกัน เป็นพี่น้องกัน คอยดูแลเทคแคร์กันอยู่ตลอดเวลาครับ” กัปตันขยับปากคุยต่อเนื่องคล้ายเทปคลาสเซทที่ถูกกดปุ่มให้หยุดชั่วคราวเอาไว้ ไวท์ยังคงฟังกัปตันพูดจ้อ นานๆ ทีเขาจะเอ่ยแสดงความคิดเห็นขึ้นมาบ้างซึ่งส่วนมากมักจะเออออตามกัปตันเสมอ เพราะด้วยนิสัยที่พูดไม่ค่อยเก่งของเขานี่เอง จนผมแอบคิดไม่ได้ว่าถ้าวันหนึ่งน้องชายของเขาจะขอคบกับเขาขึ้นมาจริงๆ เขาจะเออออตามไหมนะ

“รอดูต่อไปดีกว่า (หัวเราะ)” ไวท์รีบเสริม

พวกเขาทั้งสองทิ้งท้ายด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม ประตูบานใหญ่ที่กั้นระหว่างโลกแห่งความเป็นจริงและโลกแห่งจินตนาการ มันดูหนักอึ้งและยากเกินจะผลักให้เปิดอ้าออก ผมไม่แน่ใจว่าประตูบานนี้จะถูกผลักให้เปิดออกได้หรือไม่ แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ผมค่อนข้างมั่นใจว่าความเป็นคู่ของพวกเขานั้นเปรียบเสมือนแม่เหล็กที่ดึงดูดให้เข้าหากัน เพราะพวกเขาทั้งสองคนคือ “คู่ถูกขั้ว”

ติดตามชมเรื่องราวอัพเดทของศิลปินได้ที่ คอลัมน์: คุยกับดาว น้องๆ คนไหนที่อยากอัพเดทเรื่องราวของศิลปินดาราสุดที่รักของคุณแบบนี้ ส่งมาได้ที่ startalk@prsociety.net หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.prsociety.net และ www.facebook.com/PRSocietyNews