Vivo V17 Pro สมาร์ตโฟนสุดล้ำ เปิดตัวแล้ว พร้อมกล้อง 6 ตัวเพื่อการถ่ายภาพที่ไร้ขีดจำกัด

ถ่ายภาพที่สมบูรณ์แบบด้วยกล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล Dual Elevating
กล้องหน้าคู่ และกล้องหลังระดับมืออาชีพด้วย AI 4 เลนส์ 48 ล้านพิกเซล

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย 30 กันยายน 2562  Vivo ประเทศไทย เปิดตัวสมาร์ตโฟนใหม่สุดล้ำ V17 Pro มาพร้อมกับกล้องทั้งหมด 6 ตัวที่ด้านหน้า และด้านหลังให้ผู้ใช้ถ่ายภาพระดับมืออาชีพอย่างไร้ขีดจำกัด โดยกล้องหน้าคู่ Dual Front Camera ความละเอียดสูงถึง 32 ล้านพิกเซลรุ่นแรกของวงการสมาร์ตโฟน เอกลักษณ์ที่โดดเด่นของวีโว่ โดย V17 Pro ยังมาพร้อมนวัตกรรมสุดล้ำอย่างเช่น หน้าจอไร้ขอบที่แท้จริงหรือ Super AMOLED Ultra FullView™ Display กล้องหลัง AI 4 เลนส์ 48 ล้านพิกเซลระดับมืออาชีพ พร้อมคุณสมบัติที่น่าทึ่งที่สร้างขึ้นเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มีความทันสมัย

การออกแบบ V17 Pro เป็นอีกครั้งที่ตอกย้ำ และแสดงให้เห็นจุดแข็งของเราทางด้านนวัตกรรมที่มุ่งเน้นผู้บริโภคเป็นหลัก โดย V17 Pro มาพร้อมกับระบบกล้องที่มีนวัตกรรมสุดล้ำทั้งกล้องหน้า และกล้องหลัง เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถถ่ายภาพเหนือจินตนาการได้คุณบุญชัย วัฒนนิมิตรพร ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ กล่าว  “V17 Pro เป็นผลงานชิ้นเอกที่เราภาคภูมิใจอย่างยิ่งเพราะเป็นผลงานที่ตอกย้ำจุดยืนของเราในฐานะผู้บุกเบิกในการมอบประสบการณ์สมาร์ตโฟนที่ดีที่สุดในประเทศไทย

Vivo V17 Pro 01กล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล จับความละเอียดได้มากขึ้น ให้ทุกการเซลฟี่ของคุณคมชัด ไร้ที่ติตลอดเวลา

ยกระดับเอกลักษณ์เฉพาะของกล้องหน้า Vivo ไปอีกระดับด้วยกล้องหน้าระดับคุณภาพสูงสองตัว พร้อมด้วย Selfie Softlight ในตัวเครื่องเพื่อยกระดับความล้ำสมัย ตัวเครื่องยกระดับใหม่โดยใช้โครงสร้างแบบโลหะเพื่อความทนทานขึ้นผสมผสานการออกแบบโลหะเข้ากับความงดงามทางศิลปะ ทำให้ตัวเครื่องดูมีเอกลักษณ์ งดงาม และทันสมัยอย่างลงตัว

กล้องหน้า 32 ล้านพิกเซลของ V17 Pro และโหมดถ่ายภาพเซลฟี่มุมกว้างพิเศษ Super Wide-Angle Selfie ที่มีความละเอียดถึง 8 ล้านพิกเซล ทำให้มั่นใจได้ว่าทุกรายละเอียดของทุกการเซลฟี่จะถูกบันทึกไว้อย่างคมชัด ด้วยเลนส์ถ่ายภาพเซลฟี่มุมกว้างพิเศษได้ถึง 105 องศาที่จะเพิ่มความสนุกและทำให้การถ่ายภาพกลุ่มเป็นไปได้อย่างไร้ขีดจำกัด

เพื่อแก้ปัญหาความยุ่งยากของผู้ใช้ในการถ่ายเซลฟี่เวลากลางคืนให้ดูสวยงามอย่างสมบูรณ์ V17 Pro ได้ออกแบบ Selfie Softlight ที่ให้แสงสว่างในที่มืด และโหมดเซลฟี่ถ่ายภาพกลางคืน หรือ Super Night Selfieของ Vivo ที่จับภาพใบหน้าและฉากพื้นหลังให้สวยสมบูรณ์แบบ และเพื่อให้ได้ภาพใบหน้าสวยโดดเด่นจากพื้นหลังเพียงแค่ในคลิกเดียว

 Vivo V17 Pro 02กล้อง 48 ล้านพิกเซล AI Quad กล้องหลัง 4 เลนส์ที่ทำให้ถ่ายภาพได้ราวกับมืออาชีพ

่ายภาพไร้ขีดจำกัดด้วยกล้องหลั4 เลนส์ กล้องหลัก 6P ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล ด้วยอัลกอริทึม AI ที่จะนำประสบการณ์ใหม่ในการถ่ายภาพโดยจับภาพได้ดี และชัดเจนยิ่งขึ้น อีกทั้งสมาร์ตโฟนยังมีเลนส์ถ่ายภาพเซลฟี่มุมกว้างพิเศษ Super Wide-Angle ที่ขยายภาพถ่ายทิวทัศน์ให้มีมุมกว้างอย่างไร้ขีดจำกัด

เพื่อให้การถ่ายภาพแบบมืออาชีพนั้นสมบูรณ์แบบ V17 Pro ยังมี 2 ฟังก์ชันที่จะทำให้ภาพถ่ายออกมาสวยไร้ที่ติอย่าง “ Pose Master” ฟังก์ชันที่ทำให้ภาพถ่ายดูเป็นธรรมชาติอย่างมีสไตล์อย่างหลากหลายไม่ว่าจะถ่ายที่ไหน และฟังก์ชัน “Super Night Mode” โหมดถ่ายภาพกลางคืนที่มีคุณสมบัติที่เพิ่มความคมชัดแม้ในที่แสงน้อย

แบมแบม(ซ้าย)คุณเหยา อี้ หมิง ประธานกรรมการบริษัท วีโว่ ประเทศไทย(กลาง)มาร์ค ต้วน(ขวา)ประสบการณ์การรับชมภาพอย่างต่อเนื่องด้วยการซ่อนกล้อง ลำโพง และ ระบบเซ็นเซอร์ไว้ภายใต้ตัวเครื่องอย่างยอดเยี่ยม

ขณะนี้ผู้ใช้สามารถเพลิดเพลินกับมุมมองที่กว้างที่สุดด้วยหน้าจอ Super AMOLED Ultra FullView ™ ขนาด6.44 นิ้วที่มีอัตราส่วน 20: 9 และพื้นที่หน้าจอสูงถึง 91.65% จอแสดงผลไร้ขอบที่ได้รับการออกแบบมาอย่างชาญฉลาดเพื่อซ่อนกล้องหน้าคู่ ลำโพง และเซ็นเซอร์ ไว้ในสมาร์ตโฟนสุดล้ำ ถือเป็นการสร้างสรรค์ที่ยอดเยี่ยมอย่างแท้จริงที่จะสร้างความพอใจให้ประสบการณ์ในการรับชมภาพ และยกระดับประสบการณ์สมาร์ตโฟนไปสู่อีกระดับ

สมาร์ตโฟนยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอนวัตกรรมเอกลักษณ์ของ Vivo ด้วยความละเอียดที่สูงขึ้นของพิกเซลสแกนลายนิ้วมือ และระบบอัลกอริทึมที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ทำให้ผู้ใช้งาน สามารถปลดล็อกโทรศัพท์สมาร์ตโฟนได้อย่างปลอดภัย และง่ายขึ้น

คุณบุญชัย วัฒนนิมิตรพร ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์ที่แข็งแกร่งเพื่อให้มั่นใจว่า V17 Pro จะทำงานได้อย่างราบรื่นตลอดเวลา

V17 Pro ออกแบบมาสำหรับนักเล่นเกม โดยมาพร้อมกับโหมดเกมที่ได้รับการออกแบบให้ดียิ่งขึ้นที่จะมอบประสบการณ์การเล่นเกมอย่างเหนือชั้นได้อย่างไหลลื่น และ Multi-Turbo เทคโนโลยีการเพิ่มความเร็วที่จะปรับแต่งระบบปฏิบัติการอย่างชาญฉลาดเพื่อให้แน่ใจว่าผู้ใช้สามารถเพลิดเพลินกับเกมที่น่าตื่นเต้นมากยิ่งขึ้น

สมาร์ตโฟนยังมีคุณสมบัติอื่น ๆ เช่น Game Center ซึ่งสามารถตรวจสอบประสิทธิภาพของสมาร์ตโฟนได้อย่างรวดเร็วเพื่อให้แน่ใจว่าจะได้รับประสบการณ์การเล่นเกมอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ V17 Pro ยังมาพร้อมกับฟังก์ชัน “Voice Changer” ฟังก์ชันเปลี่ยนเสียงในเกมที่สามารถเพิ่มสีสัน และความสนุกในช่วงเวลาของการเล่นเกมด้วยเอฟเฟกต์เสียงตัวละครที่หลากหลายระหว่างเล่นเกม

V17 Pro มาพร้อมหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 675 AIE 8GB RAM และ ROM 128GB สามารถใช้งานหลายแอปพลิเคชั่นพร้อมกันได้อย่างไหลลื่น และรองรับประสิทธิภาพการใช้งานของระบบและแอปพลิเคชั่นให้สามารถทำงานได้อย่างราบรื่นตลอดเวลา แบตเตอรี่ความจุ 4100mAh พร้อมเทคโนโลยีการชาร์จเร็วแบบ Dual-Engine ที่จะนำมาซึ่งความทนทานที่สูงขึ้น และการชาร์จที่เร็วขึ้นเพื่อให้มั่นใจว่าแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานและปลอดภัย สมาร์ตโฟนมีสองสีให้เลือก คือสี Knight Black และสี Crystal White

คุณบุญชัย วัฒนนิมิตรพร ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์รายละเอียดการสั่งซื้อ

Vivo V17 Pro สี Knight Black และสี Crystal White สามารถสั่งซื้อล่วงหน้าได้ในวันที่ 27 กันยายน ถึง 4 ตุลาคม 2562 และจะวางขายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 ตุลาคม 2562

ภาพบรรยากาศงาน Vivo V17 Pro 01 ภาพบรรยากาศงาน Vivo V17 Pro 0220190930164605_BC1A9638-01 copyS__22069253 copyS__22069254 copyS__22069256 copy20190930170830_BC1A1300-01 copy20190930165050_BC1A0217-01 copy20190930165255_BC1A0534-01 copy

 


เกี่ยวกับ Vivo

Vivo เป็นแบรนด์สมาร์ตโฟนระดับโลกที่มุ่งเน้นนวัตกรรมที่ดีเยี่ยมและบริการที่เป็นเลิศและเน้นเรื่องระบบอินเตอร์เน็ตที่ใช้สำหรับโทรศัพท์โดยเฉพาะ และเป็นเจ้าของและผู้ให้บริการเครือข่ายการวิจัย โดยมีศูนย์ R&D ทั้งในซานดิเอโก้ เซินเจิ้น หนานจิง ปักกิ่ง หางโจวและไทเป โดยศูนย์เหล่านี้เน้นการวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ สำหรับผู้บริโภค เช่น 5G AI  การถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์ และดีไซน์สมาร์ตโฟนยุคใหม่  Vivo ยังได้จัดตั้งฐานการผลิต 5 แห่งทั่วโลก ทั้งในประเทศจีน เอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Vivo  มีผู้ใช้งานกว่า 2 ร้อยล้านคนทั่วโลก ที่เพลิดเพลินกับผลิตภัณฑ์และการบริการ โดยปัจจุบัน Vivo มีจำหน่ายใน 18 ประเทศทั่วโลก และมีร้านค้าตัวแทนจำหน่ายกว่า 1,000 เมืองทั่วโลก