ช่อง KIX จัดบทสัมภาษณ์ King Mo ยอดนักชกรายการ Bellator MMA ซีซั่น 9 เปิดใจกว่าจะมาเป็น King Mo

มูฮัมเหม็ด ลอวัล (Muhammed Lawal) เจ้าของฉายา King Mo ยอดนักชกรายการ Bellator ซึ่งมีแมทช์ชกดุเดือดที่เพิ่งผ่านสายตาผู้ชมทั่วโลกไปใน Bellator Season 9 ให้สัมภาษณ์เนื่องในโอกาสที่ ช่อง KIX ช่องรายการ-วาไรตี้เกี่ยวกับ Action ได้นำBellator มาออกอากาศในประเทศไทย ทาง CTH และ TOT iptv

(Profile: http://www.bellator.com/FighterBio.dbml?FIGHTER_ID=812738)

http://en.wikipedia.org/wiki/Muhammed_Lawal

1.       ก่อนอื่นเลยแนะนำรายการ Bellator ที่ได้เข้ามาฉายในเมืองไทยทางช่อง KIX

ผมอยากให้แฟนกีฬาที่ชอบเกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้ผสมผสานแบบ Mix Martial Art ในเมืองไทยได้ลองดู Bellator ครับ เพราะเรารวบรวมนักชกเก่งๆจำนวนมากเพื่อมาแข่งขันกันให้คนดูได้เข้าใจเวทีการต่อสู้แบบนิ้ยิ่งขึ้น จุดเด่นอย่างหนึ่งคือนักชดแต่ละคนมีทักษะที่แตกต่างกัน นั่นทำให้เวทีแบลลาทอร์น่าสนใจมากครับ ทราบมาว่าช่อง KIX ได้นำมาออกอากาศแล้วทางช่องทาง CTH หมายเลขช่อง 52 และทาง TOT iptv เลขช่อง 311 หากคุณชอบกีฬาและการต่อสู้ที่มีแบบหลากหลายคุณต้องไม่พลาดนะครับ

2.       อยากถามคุณว่าชื่อ”คิง โม” มาได้อย่างไร?

ผมเคยแข่งมวยปล้ำที่ต่างประเทศมาก่อน แล้วก็มีแฟนๆชื่นชอบและเชียร์ผมมากมาย ตอนผมชนะ พวกเขาก็กระโดดขึ้นมาร่วมเฮกับผมบนสังเวียน โค้ชผมเลยเรียกผมว่า”คิงโม” แล้วก็เลยติดตัวผมมาทุกวันนี้น่ะ

3.       คุณเคยเป็นนักมวยปล้ำมาก่อน อะไรที่ทำให้คุณหลงไหลในกีฬามวยปล้ำ?

ตอนแรกผมชื่นชอบมวยนะ แต่มวยปล้ำทำให้ผมได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัย ส่วนเรื่องMMA (ศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน) นั้นผมค่อยหันมาสนใจหลังจากที่พลาดการร่วมทีมโอลิมปิค จากนั้นผมเลยตัดสินใจมาเอาดีด้านMMA เพราะตอนนั้นผมเล่นมวยปล้ำอยู่ ต้องใช้เวลาฝึกฝนหนักหน่วงแต่กลับได้ค่าตอบแทนเพียงนิดเดียว MMA ให้ผลตอบแทนดีกว่าน่ะครับ

4.       คุณเรียนรู้อะไรที่สามารถนำมาช่วยในการเล่น MMA อาชีพได้?

ความอดทนครับ การฝึกฝนอย่างหนักและรู้กลเม็ด ต้องทำให้ตัวเราดูน่าสนใจ และที่สำคัญคือความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะครับ พวกนี้เป็นสิ่งที่ผมเรียนรู้มาในฐานะนักมวยปล้ำที่ติดตัวผมมาถึงทุกวันนี้

5.       เมื่อกี๊คุณบอกว่าคุณพลาดจากโอลิมปิคปี 2008 มา คุณได้เรียนรู้อะไรจากจุดนั้นบ้าง และถ้าหากว่าคุณไม่ได้พลาดในวันนั้น คุณจะเอาดีกับอาชีพนักมวยปล้ำเลยหรือเปล่า?

ผมอาจจะเปลี่ยนไปอยู่ MMA ก็ได้นะบางที แต่คิดว่าคงจะไม่ได้เป็นแชมเปี้ยนหรอก ตอนตัดสินใจจะมา MMA ก่อนหน้านั้นผมค่อนข้างเฟลมากเลย เพราะพลาดจากนักมวยปล้ำสมัครเล่นตอนนั้น

6.       คุณเคยนึกเสียดายบ้างไหมที่ยกเลิกสัญญากับ WWE เพื่อ MMA ?

ก็เคยมีคิดบ้างนะครับ แต่ไม่เคยนึกเสียดายเลย เพราะในเวลาเดียวกันก็ไม่ได้ทะเลาะอะไรกัน ผมเข้าใจทุกอย่างดี ผมมีความสุขกับการเอนเตอร์เทนคนดู ผมรักกีฬามวยปล้ำนะ ตอนนี้ผมอยู่กับ TNA พยายามที่จะเรียนรู้เกมต่างๆขณะต่อสู้ ผมมีความสุขดีเพราะทุกวันนี้ก็มีความเป็นกีฬามวยปล้ำผสมรวมอยู่ด้วย ผมพูดได้เลยว่าผมเป็นนักมวยปล้ำมืออาชีพ ผมถึงได้อยู่กับ TNA ในทุกวันนี้

7.       แล้วทำไมคุณถึงเลือกที่จะร่วมงานกับ Bellator แทนที่จะอยู่กับ UFC ล่ะ

ก็เพราะพวกเขาเลือกผม ไว้ใจผม แล้วผมก็มีความสุขที่จะได้ทำงานกับ Bellator ด้วย

8.       คุณบริหารจัดการตัวเองยังไงให้สามารถเป็นได้ทั้ง MMA และ นักมวยปล้ำมืออาชีพได้ในเวลาเดียวกัน และทำไมคุณถึงอยากทำมันทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกันล่ะ?

ผมเลือกที่จะชั่งน้ำหนักทั้งสองอย่างให้พอๆกัน แต่จริงๆแล้วส่วนใหญ่จะอยู่ที่ MMA ซะมากกว่า เพราะผมจะเน้นการต่อสู้บ่อยกว่ามาก แต่ก็หวังว่าหลังจากที่เอาชนะเอมมานูเอล นิวตั้นได้แล้ว ผมจะสามารถเอาเวลาและทักษะที่มีอยู่ไปให้กับบทบาทนักมวยปล้ำของผมมากขึ้นน่ะครับ

9.       คุณเคยทำสถิติด้วยการชนะ 11-2 มาแล้ว คุณมีวิธีที่ทำให้คุณมั่นใจว่าคุณจะชนะเวลาแข่งขันได้อย่างไร มีเคล็ดลับอะไรพอจะแชร์ได้บ้างไหม?

ผมทำให้ทุกครั้งเป็นเหมือนครั้งแรกของผม มันเป็นเรื่องของสิ่งที่คุณต้องทำเมื่ออยู่บนสังเวียน ผมสามารถทำสถิติ 100-0 ก็ได้ แต่ทันทีที่ผมแพ้ มันอาจจะกลายเป็น 100-1 ก็ได้ และคนก็จะจดจำครั้งล่าสุดที่คุณแพ้นั่นแหละ ดังนั้นจึงขึ้นสังเวียนด้วยความรู้สึกว่านั่นเป็นครั้งแรกของผม และผมต้องชนะ ต้องเป็นที่หนึ่งให้ได้

10.   ตอนคุณกำลังเดินขึ้นสังเวียน คุณคิดถึงอะไร และ คุณมีวิธีกระตุ้นตัวเองอย่างไร?

ผมคิดถึงเวลาแห่งความสนุก ผมใช้เวลาไปกับการเทรน ผมเจ็บตัว คู่ซ้อมผมก็เจ็บ มันถึงเวลาที่ผมต้องทำให้คู่ต่อสู้ผมเจ็บบ้างล่ะ ผมถูกฝึกมาเพื่อทำให้คนอื่นเจ็บตัวน่ะครับ

11.   คุณจะพูดยังไงกับคนที่บอกว่า Bellator เป็นแค่ลูกพี่ลูกน้องจนๆของ UFC และต้องคอยพึ่งการเซ็นสัญญากับนักกีฬาของ UFC?

คุณต้องเข้าใจก่อนนะว่า MMA คือกีฬา มันเป็นเรื่องของนักสู้ Belletor ทำให้เราเห็นในจุดนี้กับพวกเราและการแข่งขันที่ผ่านมา คนที่เก่งที่สุดคือผู้ชนะและได้ครองเข็มขัด มันไม่เกี่ยวกับสถาบันหรอก แต่เป็นเรื่องของสิ่งที่คุณทำให้กับสถาบันต่างหาก เรามาเพื่อสู้ สู้เพื่อสถาบันของเรา ส่วนผลตอบแทนก็เป็นการตอบแทนที่เราทำเพื่อสถาบันน่ะครับ

12.   คุณมีกฏในการเทรนบ้างไหม แล้วมีวิธีผ่อนคลาย –พักฟื้นกล้ามเนื้อคุณอย่างไรหลังจากตรากตรำฝึกมานาน?

ผมต่อยมวย ฝึกคิก บอกซ์ซิ่ง เล่นมวยปล้ำ ยกน้ำหนัก  วิ่งในบ่อทราย ฝึกความคล่องตัว ทั้งหัดต่อย กระโดด เล่นอุปกรณ์ทุกชิ้น เพื่อฝึกการต้านทานหลายรูปแบบ ส่วนผ่อนคลายก็มักจะนวด ทานวิตามิน แล้วก็ทานอาหารดีๆน่ะครับ

13.   อะไรที่ขาดไมได้เลย ต้องทานหลังการเทรน?

อาหารก่อนเทรนนี่สำคัญกว่านะครับ ผมทานมันฝรั่งหวานเยอะมาก ดื่มน้ำมันตับปลา อโวคาโด น้ำเปล่า น้ำส้ม อาจตามใจตัวเองด้วยไอศครีมบ้าง แต่ส่วนใหญ่ต้องเป็นอาหารที่มีประโยชน์น่ะ

14.   คุณอาบน้ำแข็งเพื่อฟื้นฟูกล้ามเนื้อบ่อยไหม แล้วมันจำเป็นมากแค่ไหน?

จำเป็นมากนะสำหรับผม ผมเริ่มทำตอนฝึกเข้าโอลิมปิคน่ะ มันช่วยกระตุ้นกรดแลคติคในกล้ามเนื้อ ช่วยฟื้นสภาพร่างกาย และที่สำคัญเลยคือทำให้รู้สึกสดชื่น และข้อต่อก็ไม่บวมด้วย

15.   แม่คุณต้องภูมิใจในตัวคุณแน่ เธอทักท้วงอะไรคุณบ้างไหมที่อยู่กับ MMA?

ไม่นี่ครับ เธอคิดว่ามันเรื่องน่าสนุกดีออก แม่ผมเป็นแฟนกีฬามวยและมวยปล้ำ ผมว่าแม่ผมจะเชียร์ให้ผมชกมากขึ้นด้วยซ้ำไป

16.   แมทช์ต่อไปคุณจะต้องสู้กับ เอมมานูเอล นิวตั้น คนที่คุณแพ้เขาเมื่อคราวก่อน คิดว่าคุณจะชนะคราวนี้ไหม แล้วคุณมุ่งมั่นแค่ไหน?

ผมว่าผมต้องชนะแน่ ผมจะเล่นเขาให้หนักเลยล่ะ คราวที่แล้วเขาโชคดี ที่เล่นหมัดเหวี่ยงกลับผมมา แต่คราวนี้ผมจะลงโทษเขาให้สาสม ไม่มีทางที่เขาจะชนะผมได้อีกครั้งแน่ ผมจะเล่นเขาให้หนักชนิดที่ไม่กล้าขออีกแมทช์เลยทีเดียว

17.   แล้วมีวิธีเตรียมตัวสำหรับแมทช์สำคัญนี้อย่างไรล่ะ?

ผมก็ทำเหมือนที่ทำคราวก่อนแหละ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ตอนนี้รูปร่างก็โอเคแล้ว ผมกำลังจะได้ฝึกกับแชมป์โลกอย่างเควิน แจ็คสัน แล้วก็จะฝึก High altitude training ที่ภูเขาแถวเลค ทาโฮ สักสัปดาห์หนึ่งก่อนแข่งน่ะครับ