DORAEMON THE MOVIE : NOBITA’S SECRET GADGET MUSEUM โดราเอมอน เดอะมูฟวี่ ตอน โนบิตะล่าโจรปริศนาในพิพิธภัณฑ์ของวิเศษ 17 ตุลาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

เดอะมูฟวี่ภาคที่ 33 ของโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ซึ่งฉายในญี่ปุ่นไปเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2013 ที่ผ่านมา และทำรายได้มหาศาลกว่า 3,900 ล้านเยน (ประมาณ 1,300 ล้านบาท) และยังนับว่าเป็น “ภาพยนตร์ภาคต่อ” ที่มีสถิติผู้ชมมากที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ของญี่ปุ่น ที่จำนวนไม่น้อยกว่า 100 ล้านคนอีกด้วย

เรื่องราว

กล่าวถึงวันหนึ่งที่โดราเอมอนได้ถูกขโมยกระดิ่งห้อยคอไปโดย “จอมโจรเดอลุกซ์” ขณะนอนหลับ ทำให้กลายเป็นหุ่นยนต์แมวเพี้ยน ๆ ที่ใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพไปเสียอย่างนั้น โนบิตะที่กำลังเห่อเรื่องลี้ลับอยู่จึงได้ใช้อุปกรณ์วิเศษ “เชอร์ล็อกโฮล์มส์เซ็ต” ที่แม้ว่าจะเป็นของเล่นสืบหาของหายเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ได้ชักนำให้โนบิตะทำตัวเป็นนักสืบ และเบาะแสทั้งหมดก็พาทุกคนไปสู่พิพิธภัณฑ์ของวิเศษแห่งโลกอนาคต ที่รวบรวมของวิเศษทุกชิ้นที่เคยมีมาในโลกนี้ แต่แล้วความสนุกเพลิดเพลินก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่ตรงนี้ เมื่อจอมโจรเดอลุกซ์ผู้ที่ขโมยกระดิ่งของโดราเอมอนไปก็ปรากฏตัวขึ้น และหมายตาของวิเศษในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้อีกเช่น

เป้าหมายของจอมโจรเดอลุกซ์คืออะไร และโนบิตะกับผองเพื่อนจะตามหากระดิ่งของโดราเอมอนเจอได้อย่างไร การผจญภัยในแดนมหัศจรรย์ที่ไม่เคยมีมาก่อนในโดราเอมอนเดอะมูฟวี่กำลังรอทุกคนเข้าไปค้นหาความลับในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้กันอยู่

ตัวละครหลักและบทบาทของพวกเขาในภาคนี้

โดราเอมอน     

หุ่นยนต์แมวจากโลกอนาคตที่มีของวิเศษในกระเป๋ามิติที่สี่ที่หน้าท้องของตนเองมากมายและเป็นที่พึ่งหลักของโนบิตะ แต่เมื่อกระดิ่งห้อยคอถูกถอดหายไปทำให้เขาต้องเป็นผู้ถูกช่วยเหลือโดยโนบิตะแทน

โนบิ โนบิตะ
          หนุ่มแว่นจอมขี้เกียจและหัวไม่ดี แต่มีพรสวรรค์ทางด้านการพันด้ายและยิงปืน อีกทั้งยังมีพลังแห่งจินตนาการและความอยากรู้อยากเห็นไม่รู้จบ ในภาคนี้เขาจะรับบทเป็นนักสืบเพื่อนำทีมเพื่อน ๆ ลุยพิพิธภัณฑ์ของวิเศษแห่งโลกอนาคตด้วยกัน

มินาโมโตะ ชิซึกะ
          สาวน้อยขวัญใจของโนบิตะและผองเพื่อน ที่มักจะรวมกลุ่มเป็นเพื่อนเล่นกับโนบิตะอยู่บ่อย ๆ เธอมักเป็นตัวแปรสำคัญในการผจญภัยที่คอยเติมเต็มความอ่อนโยนให้กับสถานการณ์

โกดะ ทาเคชิ
          พ่อหนุ่มร่างใหญ่ ชอบทำตัวเป็นหัวโจก เอาแต่ใจและก้าวร้าว แต่ถึงเวลาคับขันหรือเมื่อต้องออกผจญภัย เขามักจะเป็นที่พึ่งพาได้ในความกล้าหาญ เสียสละและรักพวกพ้อง

โฮเนะคาว่า ซูเนโอะ
          เด็กบ้านรวยใช้จ่ายฟุ่มเฟือยและชอบโอ้อวด นิสัยเจ้าเล่ห์ขี้โกงและขี้ขลาด แต่เพราะความร่ำรวยของเขาทำให้ซูเนโอะมักมีความรู้ความสามารถเฉพาะทางบางอย่างที่เพื่อน ๆ ไม่มี (เช่น การขับเครื่องยนต์พาหนะที่เด็กทั่วไปไม่มีโอกาสได้ลอง)

โดรามี่
          หุ่นยนต์ที่ถูกสร้างมาเป็นน้องสาวของโดราเอมอน เป็นอัจฉริยะในด้านการเลือกใช้ของวิเศษและความเฉลียวฉลาดที่ต่างกับพี่ชาย ในภาคนี้ เนื่องจากโดราเอมอนไม่สมประกอบไปแล้ว พวกโนบิตะก็ต้องพึ่งพาเธอคนนี้มากเป็นพิเศษ

 

ตัวละครใหม่ในภาคนี้ที่พวกโนบิตะจะได้พบเจอ

ฟิคซ์
          ผอ.ของพิพิธภัณฑ์ของวิเศษ เจ้านายของเคิร์ต

เปปเลอร์
          ศาสตราจารย์ที่รับงานเป็นช่างฝีมือที่ดีที่สุดในพิพิธภัณฑ์

เคิร์ต&โปโปน
          หนุ่มน้อยนักฝึกงานเป็นช่างฝีมือของวิเศษ และเป็นคนนำโนบิตะเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ และมีสัตว์เลี้ยงคู่ใจเป็นเยลลี่ของวิเศษมีชีวิตชื่อโปโปน

จิงเจอร์
          หลานสาวของศาสตราจารย์เปปเลอร์ ฉลาดและมีความมั่นใจในตัวเองสูง คอยเกาะติดปู่อยู่เสมอ

มัสตาร์ด
          สารวัตรตำรวจแห่งโลกอนาคตที่รับคดีสืบสวนจอมโจรเดอลุกซ์โดยเฉพาะ

เดอลุกซ์
          จอมโจรลึกลับที่ออกเที่ยวขโมยของวิเศษต่าง ๆ ในหลายช่วงเวลา ภายนอกดูเหมือนหุ่นยนต์แต่ไม่มีใครรู้ว่าที่จริงแล้วเขาคือใคร หรือเขาถูกใช้งานโดยใคร

 

เพิ่มเติมพิเศษ 

http://www.perfume-web.jp/

จุดเด่นของภาคนี้อีกอย่างหนึ่งคือเพลงประกอบหลักของภาพยนตร์ ที่ได้สามสาวเกิร์ลกรุ๊ปวง Perfume ที่มีชื่อเสียงมากในญี่ปุ่นและเป็นที่รู้จักในกลุ่มแฟน ๆ J-pop ในไทยมาก ในบทเพลงที่ชื่อว่า Mirai no Museum (พิพิธภัณฑ์แห่งอนาคต) ที่ถูกแต่งขึ้นเป็นพิเศษสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้โดยเฉพาะเฉกเช่นเดอะมูฟวี่ทุก ๆ ภาคนั่นเองและใน MV และหน้าปกซิงเกิลเพลงนี้ที่ญี่ปุ่นนั้น เล่าเรื่องผ่านตัวภาพยนตร์และตัวการ์ตูนของนักร้องสาวทั้งสามคนในรูปแบบตัวการ์ตูนอีกด้วย