ครูมืออาชีพ

“ครู” เปรียบเสมือนเรือจ้างในความหมายที่ใครหลายคนเข้าใจ เป็นผู้ให้ความรู้ สั่งสอน และประคับประครองนักเรียนให้ข้ามฝั่งไปจนจบการศึกษา ซึ่งในแต่ละปีครูหนึ่งท่านจะมีนักเรียน หรือลูกศิษย์ไม่น้อยที่ผ่านเข้ามาให้ครูได้อบรมกล่อมเกลา เพื่อให้ทุกคนได้ออกไปทำหน้าที่และเป็นบุคลากรที่ดีในสังคมต่อไป  โดยในขณะที่ “ครู” ก็ยังคงทำหน้าที่ปลุกปั้นนักเรียน สร้างทรัพยากรของสังคมต่อและก็ยังทำหน้าที่เช่นนี้ไปเรื่อยๆ บทบาทนี้จึงมีความสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนการศึกษาให้เด็กไทยได้ก้าวสู่การเป็นคนดีของสังคม และวันนี้เรามีโอกาสได้พูดคุยกับคุณครูคุณภาพ 3 ท่าน ครูผู้สร้างคนคุณภาพสู่สังคม และได้รับประธานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เชิดชูเกียรติสมความเป็นครู ถึงแนวคิดด้านการศึกษาปัจจุบันรวมถึงบทบาทของความเป็น “ครู”  ซึ่งได้แก่ คุณครูกันตรัตน์ สุจิติวนิช คุณครูพวงแก้ว วิทนีย์ และคุณครูวทัญญุตา สัตยพาณิช

คุณครูพวงแก้ว วิทนีย์ ครูประจำชั้นระดับประถมศึกษา โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า อาชีพ ‘ครู’ เป็นอาชีพที่มีเกียรติ ต้องมีใจรัก และมีความอดทน เมื่อได้รับบทบาทครูแล้วจึงได้รับโอกาสในการอบรมสั่งสอนเยาวชนของชาติให้เป็นคนดี รู้จักผิดชอบชั่วดี นอกจากนี้ ยังรู้สึกภูมิใจเมื่อได้ เห็นลูกศิษย์เติบโต  และสำเร็จการศึกษาในขั้นอุดมศึกษา  แล้วกลับมาเยี่ยมเยียน มาคุยกันถึงความสำเร็จของเขา  ซึ่งจากประสบการณ์ตรงที่เกิดขึ้น เมื่อลูกศิษย์รุ่นแรกๆ ของการเป็นครู  ขณะเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2  ต่อมาอีกสิบกว่าปี ลูกศิษย์รุ่นนั้นพยายามติดต่อและกลับมาขอบคุณที่สอน บอกว่าในวันนั้นเราทำให้เขาเรียนอย่างมีความสุข  และมีทัศนคติที่ดีต่อการเรียน  วันนี้เขาสำเร็จการศึกษาแล้ว  จึงกลับมาขอบคุณเรา  ทำให้เรารู้สึกภูมิใจในความเป็น ครู   นี่คือหนึ่งความภาคภูมิใจ ที่ถ่ายทอดผ่านคุณครูท่านนี้ ผู้ที่เฝ้าความมองสำเร็จลูกศิษย์ทุกคน และยังคงเดินหน้าทำหน้าที่ครูคุณภาพเช่นนี้ต่อไป แต่การที่จะสร้างเด็กที่มีคุณภาพขึ้นมาได้นั้น เทคนิคการสอนเองถือเป็นปัจจัยหนึ่ง ที่ช่วยกระตุ้นให้เด็กมีความสนใจในวิชานั้นๆ ด้วย

คุณครูกันตรันต์ สุจิตวนิช ผู้ช่วยผู้ประสานงานฝ่ายวิชาการ และครูประจำชั้นระดับประถมศึกษา โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต คุณครูนักกิจกรรม ผู้ก่อตั้งโครงการเชียร์ลีดดิ้งให้กับโรงเรียนมาตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบัน และได้รับรางวัล “หนึ่งแสนครูดี จากคุรุสภาประจำปี 2557” ให้มุมมองแนวการเรียนการสอนไว้ว่า “สำหรับการการจัดการเรียนการสอนนั้นควรเน้นผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพได้จริง ไม่เพียงมุ่งให้เด็กท่องจำเพื่อนำความรู้ไปแข่งขันอย่างเดียว ทุกวันนี้เด็กเรียนเยอะมาก วิชาเรียนเยอะเกินไป บางครั้งเด็กเรียนด้วยความเครียด จึงมอบว่าควรเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ไม่อยากเน้นเรื่องของเอกสารมากเกินไป และควรให้ความสำคัญในเรื่องของประวัติศาสตร์ชาติไทย เพื่อส่งเสริมให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ถึงความกล้าหาญของบรรพบุรุษที่สามารถปกป้องประเทศชาติไว้ได้ เพื่อส่งเสริมให้ทุกคนมีความรักและสามัคคี”

ทางด้าน คุณครูวทัญญุตา สัตยพาณิช ครูประจำชั้นระดับอนุบาล โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต ครูผู้สอนดีเด่นระดับอนุบาลในปีการศึกษา 2553 และได้รับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ “หนึ่งแสนครูดี จากคุรุสภาประจำปี 2554” ได้ฝากถึงคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ว่า “เมื่อนำลูกของท่านมาฝากให้โรงเรียนและคุณครูดูแล ขอให้ไว้วางใจ และอยากให้ผู้ปกครองคิดว่าเด็กๆ มีความสามารถทำอะไรได้ด้วยตัวเอง พยายามอย่าเลี้ยงโดยคิดว่าลูกเป็นเด็กเสมอ สามารถให้ความช่วยเหลือได้เมื่อลูกๆของท่านต้องการความช่วยเหลือเท่านั้น เพื่อฝึกให้ลูกของท่านมีความมั่นใจในตนเองและกล้าแสดงออกดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข”

นอกจากนี้ อีกหนึ่งปัจจัยหนึ่งที่ครูมืออาชีพทั้ง 3 ท่านมองว่า มีส่วนสำคัญที่สุด โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ที่มองหาสิ่งที่ดีที่สุดแก่ลูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะสถานที่ที่รู้สึกมีปลอดภัยและความสุข จะทำให้เด็กรักและอยากที่จะไปเรียนในทุกๆครั้ง เพราะได้เจอเพื่อนที่ดีและครูที่พร้อมเอาใจใส่

แม้รากฐานของตึกคืออิฐ รากฐานของชีวิตคือการศึกษา แต่การที่เด็กจะได้รับการศึกษาที่สมบูรณ์นั้น จะอาศัยความเชี่ยวชาญในสายอาชีพเพียงอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ หากแต่ต้องอาศัย “หัวใจ” ของผู้ที่พร้อมมอบทั้งความรู้และความรักแก่ลูกศิษย์ทุกคน กล่าวกันว่า “ครู” ที่ดีจะมาจากจิตวิญญาณ โดยหวังเพียงความผลสำเร็จของศิษย์เท่านั้น หากเป็นเช่นนั้นแล้ว แบบนี้หรือไม่ที่เรียกว่า  “ครูมืออาชีพ”