นิสัยเล็กๆที่จะทำให้เราดีขึ้นเรื่อยๆ

เผลอแป๊บเดียวเวลาก็ผ่านไปจนมาถึงกลางปีแล้ว ชีวิตของแต่ละคนเป็นอย่างไรกันบ้างคะช่วงนี้ มีใครยังสามารถทำตามเป้าหมายที่วางไว้ตั้งแต่ต้นปีได้หรือเปล่า ความตั้งใจที่วางไว้ยังคงอยู่กันไหมเอ่ย เราเข้าใจว่ามันคงยากมากกับชีวิตในช่วงนี้ตั้งแต่สถานการณ์บ้านเมือง สภาพเศรษฐกิจ การเมือง และยังมีเรื่องของโควิดหลากหลายสายพันธุ์ที่จ่อหัวเข้ามารุมเร้ากันแทบไม่เป็นอันตาทำอะไร แถมเรายังต้องรับมือกับความไม่แน่นอนเรียกได้ว่านับเป็นรายวันกันแล้วตอนนี้ เราเข้าใจเลยว่าแต่ละคนคงเกิดอาการท้อแท้ เบื่อหน่าย และหงุดหงิดกับการจัดการบางอย่างของสิ่งรุมเร้ารอบตัว ไอ้สิ่งที่วางไว้ว่าจะทำก็ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง ไม่เป็นไรนะคะเรามาเริ่มต้นนับหนึ่งกันใหม่แบบค่อยเป็นค่อยไป ลองเริ่มทำอะไรเล็กน้อยในแต่ละวันแต่เน้นทำทุกวันก็ช่วยพัฒนาให้เราดีขึ้นไปได้เรื่อยแล้วค่ะ

รูปภาพ1ตั้งเป้าหมายกันใหม่

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเราอาจจะมีหลุดโฟกัสไปบ้างไม่เป็นไร ทีนี้เราลองมาเริ่มตั้งเป้าหมายกันใหม่ให้มองเป็นภาพใหญ่กันก่อนแล้วค่อยซอยเป้าหมายออกมาเป็นย่อยๆอีกที เป้าหมายนั้นต้องเป็นอะไรที่เราสามารถจับต้องได้แต่ต้องไม่ง่ายเกินไปจนรู้สึกว่าไม่ท้าทาย และสิ่งสำคัญคือการกำหนดระยะเวลาที่แน่นอนเพราะจะทำให้เราตระหนักถึงอยู่เสมอและไม่หลุดได้ง่ายหรือสามารถผัดวันประกันพรุ่งได้ ตัวอย่างเช่น เป้าหมายใหญ่ : เราจะอ่านหนังสือให้ได้ทั้งหมด 5เล่มภายในสิ้นปีนี้  แปลว่าการที่จะเข้าใกล้เป้าหมายเราต้องอ่านให้ได้อย่างน้อยเดือนละหนึ่งเล่มและซ่อยย่อยไปอีกว่าแต่ละวันเราจะต้องการกี่หน้าถึงจะจบหนึ่งเล่ม หากวันไหนลืมอ่านก็ต้องทบไปวันถัดไป ซึ่งอยู่ที่เราว่าจะยืดหยุดอย่างไรให้มีประสิทธิภาพและไม่เครียดจนเกินไป สามารถทำได้นานและรู้สึกดีไปกับมันด้วย

รูปภาพ2ออกกำลังกาย

สงสัยไหมคะว่าทำไมการออกกำลังกายถึงมาเกี่ยวข้องด้วย เพราะว่าการออกกำลังกายนั้นช่วยให้สุขภาพร่างกายเราดีขึ้นแล้ว การทำงานต่างๆของอวัยวะในร่างกายมีผลทำให้หลอดเลือดเราสูบฉีดไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนั้นในคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำยังทำให้มีสุขภาพจิตที่ดีอีกด้วยเพราะร่างกายเราจะหลั่งสารเอ็นโดฟินสารแห่งความสุขช่วยลดความตึงเครียดและความวิตกกังวลทั้งยังช่วยให้การนอนหลับพักผ่อนในตอนกลางคืนดีขึ้นอีกด้วย เมื่อร่างกายและจิตใจเราดีขึ้นก็จะทำให้เรามีพลังในการทำสิ่งต่างๆให้ประสบผลสำเร็จมากขึ้นตามไปด้วยค่ะ

รูปภาพ3การนอนหลับ

ใครที่นอนหลับได้ดีถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่ง เพราะการนอนหลับที่มีประสิทธิภาพจะทำให้กล้ามเนื้อและอวัยวะทุกส่วนได้พักผ่อนอย่างเต็มที่พร้อมสำหรับการทำงานในวันถัดไป หากนอนน้อยก็จะส่งผลให้สมองเบลออาจเกิดข้อผิดพลาดในการทำงานได้ เวลาที่ควรนอนควรอยู่ระหว่าง 21:00 -22:00 จะได้ประโยชน์สูงสุดเพราะเป็นสเต็จแรกในการนอนหลับ พอสเต็จต่อไปจะอยู่ในช่วงระหว่าง 22:00 – 24:00  ช่วงนี้ Growth Hormone จะหลั่งออกมาช่วยซ่อมแซมร่างกายขณะหลับเป็นช่วง Deep Sleep หากร่างกายเข้าสู่ช่วงนี้ได้จะทำให้ตื่นเช้ามากระปี้กระเป่ารู้สึกสดชื่นพร้อมสำหรับเริ่มต้นทำสิ่งต่างๆในวันนั้นได้อย่างดี

รูปภาพ4การเข้าใจตนเองและการคิดบวก

สิ่งเล็กๆอีกหนึ่งสิ่งที่จะช่วยทำให้เรามีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นคือการเรียนรู้และเข้าใจตนเองให้ได้มากที่สุด เราควรหมั่นสังเกตอารมณ์ ความรู้สึก ความนึกคิด ความชอบและความไม่ชอบที่เกิดขึ้นกับตัวเราแล้วค่อยๆเคาะออกมาทีละข้อมันจะเป็นการวิเคราะห์ที่มีประสิทธิภาพมากเพราะมันเหมือนเป็นการขัดเกลาตัวเองที่เกิดจากตนเอง ตระหนักรู้ได้ถึงสิ่งต่างๆ โดยไม่ต้องรอให้ใครมาบอก และการมีทัศนคติในเชิงบวกจะช่วยให้เรามองเห็นโอกาสมากกว่าคนอื่นเสมอ การฝึกมองสิ่งต่างๆไปนางทิศทางนี้จะช่วยให้เรามีแรงบันดาลใจและมีพลังในการใช้ชีวิตมากขึ้นทั้งยังเป็นเหมือนภูมิคุ้มกันจากสถานการณ์หรือจากคนที่เป็นพิษในชีวิตเราอีกด้วย

การมีนิสัยเล็กๆสี่ห้าข้อเหล่านี้เราว่าเป็นการเริ่มต้นได้ไม่เลวเลยค่ะ การฝึกทำสิ่งเล็กๆน้อยๆในแต่ละวันแต่สามารถทำออกมาได้นานๆเหมือนเป็นการฝึกวินัยไปในตัว ถ้าอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองเราอาจจะต้องยอมฝืนทำในช่วงแรกอย่าเพิ่งยอมตามใจตัวเองมันอาจจะรู้สึกยากสักหน่อยแต่เรารู้อยู่แล้วว่าผลลัพธิ์ในระยะยาวมันมีประโยชน์กับตัวเราเองแน่นอนค่ะ นอกจากการฝึกวินัยในด้านนิสัยของเราแล้วถ้าหากรู้สึกว่ามันเหนื่อยเกินไปหรือท้อแท้แล้วละก็ เราสามารถผ่อนคลายได้ พักเบรคมาเล่นเกมส์ออนไลน์ชั่วขณะนึงก็ยังดีอย่าง สล็อตฟรีเครดิต หยุดพักบ้างสักหน่อย เมื่อรู้สึกดีขึ้นแล้วอยากจะทำต่อก็ลุยกันได้แบบยาวๆกันไปเลยค่ะ นอกจากนี้เมื่อเราสามารถทำนิสัย 1% เหล่านี้ได้แล้วในเบื้องต้นเราก็สามารถขยายนิสัยที่เราอยากให้มีในตัวเราเพิ่มเข้ามาอีกได้ด้วยค่ะ