เช็คอิน!! “ณ ณภัทร” หนุ่มหล่อ หน้าตี๋ พระเอกเอ็มวีสุดฮอต!!

หล่อออร่าสะดุดตาอย่างแรงจาก MV เพลง “หนึ่งคืน” ของ อะตอม ชนกันต์ สำหรับ “ณ ณภัทร วิกัยรุ่งโรจน์” หนุ่มหน้าใสไลฟ์สไตล์สุดคูลวัย 24 ที่สาวๆรีเควสอยากเปิดวาร์ปมากที่สุดในตอนนี้ งานนี้เราเลยไม่พลาดคว้าตัวมาพูดคุยแบบอินไซด์ทุกซอกมุม บอกเลย…ยิ่งรู้จักจะยิ่งตกหลุมรักหนุ่มตี๋คนนี้แน่นอน!! 

DSC_1009-copy

ทำความรู้จักกันหน่อย

“ ชื่อ ณ ณภัทร วิกัยรุ่งโรจน์” อายุ 24 ปี  จบการศึกษา ปริญญาตรีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ภาควิชาศิลปะอุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง”

หนุ่มตี๋ พระเอก MV ที่สาวๆกรี๊ด!! เล่นเอ็มวี อะตอม เป็นไงบ้าง

ดีใจมากเลยครับ (เสียงตื่นเต้น) ตื่นเต้นตั้งแต่ที่รู้ว่าจะได้เล่นเลยครับ คือฟังเพลงพี่อะตอมมานานแล้ว รู้สึกว่าเพลงพี่เขาเพราะ และทุกเพลงก็ฮิตติดหูคนฟังด้วย และคิดว่าอยาก เล่น MV หรือเป็นส่วนหนึ่งของผลงานพี่เขาบ้าง พอวันถ่ายทำได้เจอพี่อะตอม และ พี่เสือผู้กำกับ ก็ทั้งตื่นเต้นทั้งสนุก แบบคิดว่านี่เรามาอยู่ตรงนี้แล้ว ก็อยากทำให้เต็มที่ อยากให้ผลงานออกมาดีที่สุดครับ” 

คาแร็คเตอร์ในเพลง

เป็นผู้ชายเหงาๆคนหนึ่งที่เพิ่งผิดหวังจากความรักมา บังเอิญมาเจอกับผู้หญิงที่มีปัญหาเรื่องความรักเหมือนกัน และได้มีความสัมพันธ์ทำความรู้จักกันตลอดระยะเวลา1คืนนั้น ซึ่งมันเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นมา โดยที่ตัวผู้ชายเรียกมันว่าความรักได้เลยนะครับ แต่ด้วยความที่ยังเข็ดกับความสัมพันธ์ครั้งเก่า เขาเลยเลือกตัดสินใจทำแบบใน MV ลงไป

แต่ผมก็เข้าใจตัวคาแรคเตอร์นี้เลยนะ คือตัวเขายังไม่พร้อมกับความสัมพันธ์ระยะยาว แต่อยากให้รู้ไว้ว่า ความสัมพันธ์แบบนี้มันก็เป็นความรักจริงๆนะ  แม้มันจะเกิดขึ้นเพียง แค่หนึ่งคืน”

จุดเริ่มต้นในวงการบันเทิง

“จุดเริ่มต้นมาจาก พี่ที่รู้จักมีเพื่อนทำโมเดลลิ่งแนะนำให้ครับ เริ่มต้นจากงานเดินแบบ  ซึ่งตอนนั้นจริงๆผมก็ยังไม่ค่อยสนใจงานในวงการนะครับ แทบจะไม่ได้ทำในด้านนี้เลย เคยแค่รับงานมีพี่ชวนไปถ่ายรูปบ้าง ตอนประมาณปี 3  เมื่อก่อนผมจะใส่แว่น ไว้ผมยาวด้วย ไม่คิดว่าจะมาทางนี้เลยครับ จำได้ว่างานแรกที่ทำคือเดินแบบทีสิสให้ที่ ม.กรุงเทพ แล้วได้เจอนายแบบที่รู้จัก ตอนนั้นจำได้ว่าตื่นเต้นมากๆ ที่บ้านก็แฮปปี้ ทางครอบครัวผมจะสนับสนุนงานและซัพพอร์ตงานด้านนี้ของผมตลอดครับ”

จากดีไซเนอร์หนุ่มไฟแรงสู่นักแสดงหน้าใหม่

“ช่วงที่เรียนอยู่ปี3-ปี4 จะมีงานมาโฆษณาให้แคสเรื่อยๆครับ แต่ก็ไม่ค่อยได้ครับ มีท้อบ้าง และโดนคอมเม้นท์ว่าแสดงไม่ดีเลยเป็นจุดทำให้ผมคิดว่าตัวเองแสดงไม่ได้หรอก คงไม่ใช่ทางของตัวเอง ช่วงหนึ่งผมหยุดงานตรงนี้ไปเลย ใครติดต่อมาก็ไม่ไปแคสและตัดสินใจว่าไปทำงานประจำดีกว่า แต่ระหว่างทางที่ทำงานประจำเป็นดีไซเนอร์ให้บริษัทสินค้าแห่งหนึ่ง ก็ยังมีรับงานทางนี้บ้างมันหมือนเป็นเวลาพักผ่อน เพราะดีไซน์เนอร์มันคิดตลอดเวลา คิดทั้งวันทั้งคืน ไม่มีเวลาหยุด ผมทำงานประจำไปได้ปีครึ่ง จนวันหนึ่งมีคนส่งบทที่น่าสนใจมาให้และตัวผมเองรู้สึกว่าอยากเล่นบทนี้ เลยตัดสินใจกลับมาแคสงานอีกครั้ง ก็ลองถูกลองผิดจนจับทางได้ว่าต้องทำยังไงถึงจะผ่าน ก็เลยเริ่มได้งานมากขึ้น เริ่มสนุกมากขึ้นและเลือกงานที่เหมาะกับตัวเอง เพราะไม่อยากให้ตัวเองรู้สึกเฟลเหมือนที่ผ่านมา และผมจะบอกตัวเองว่าต้องลดความคาดหวังให้น้อยลงและเต็มที่กับทุกโอกาส ผมลาออกจากงานประจำมาลุยงานตรงนี้เต็มตัวเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาครับ”

ผลงานการออกแบบของหนุ่ม ณ

เมื่อต้องตัดสินใจเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง

“ก็ใช้เวลาประมาณเดือนสองเดือนเลยครับ ถามคนโน้นคนนี้ เพราะตอนจบมาก็อยากเป็นดีไซน์เนอร์ ผมมีความฝันว่าอยากเป็นดีไซนเนอร์ แต่เมื่อมีงานในวงการเข้ามาให้ลองอีกครั้ง ก็มาคิดว่าถ้ามันทำควบคู่กันไม่ได้ จะเอายังไงดี ก็เลยคุยกันว่าลองถ่าย 3 เดือนไปก่อน ก็เป็น 3 เดือนที่ก่ำกึ่งว่าจะกลับไปทำงานหรือจะไปทางด้านนี้เลย ช่วง 3 เดือนที่ถ่ายซีรีย์ มันก็จะมีเวลาว่างไปแคสโฆษณาเต็มที่ แล้วมันก็ได้งานเรื่อยๆ  3 เดือนนี่ได้งานมาเต็มที่ เริ่มรู้สึกสนุก รู้สึกว่ามันไม่เครียด เป็นงานที่ไม่ได้กดดันตัวเอง ได้ทำอะไรใหม่ๆ ได้ลองบทใหม่ ได้เจอคนเยอะๆ ก็เลยเป็นจุดเปลี่ยนทีตัดสินใจว่าจะไม่กลับไปทำงานประจำ ใจหนึ่งก็เสียดายเหมือนกันนะครับ แต่ก็ถามตัวเองแล้วว่าเลือกมาทางนี้ดีกว่า”

วงการบันเทิงเปลี่ยนทัศนคติ

“เมื่อก่อนผมคิดว่า ผมเป็นคนชอบทำงานคนเดียว พอทำจริงๆมันก็รู้สึกเหงา แต่พอได้มาทำงานตรงนี้ ได้มาเจอคนเยอะขึ้น ทำให้รู้สึกว่าการทำงานตรงนี้มันสนุกนะ ได้สื่อสารกับคน มันแฮปปี้กว่าเมื่อก่อน  ช่วงตอนที่เวิร์คช็อปซีรีย์คาบเกี่ยวกับทำงานประจำอยู่ ผมรู้สึกว่าคลาสเวิร์คช็อปคือการพักผ่อน อยากทำอะไรก็ทำ   คิดอะไรก็คิด ไม่ปิดกั้นตัวเองและเป็นการเปิดตัวเองด้วย การเข้ามาทำงานตรงนี้ได้เป็นตัวเองมากขึ้น ได้รู้จักตัวเองมากขึ้น พอผมเปิดและยอมรับตัวเองมากขึ้น ซึ่งตัวตนของผมจริงๆจะเป็นคนที่บ้าๆบอไปเรื่อยนะ ( หัวเราะ ) เข้ากับคนง่าย ชอบรู้จักคนใหม่ๆ แต่ถามว่ามีกำแพงไหม มีนะในบางเรื่อง เพราะผมชอบทำความเข้าใจคน และดูว่าเราเหมาะที่เปิดทุกอย่างให้กับเขาไหม  แต่ผมก็ค่อนข้างจะโอเพ่นกับทุกคนครับ”

ผลงานการแสดงเรื่องแรก Beauty Boy The Series

“ตื่นเต้นครับ เรื่องนี้ผมรับบทเป็น “เฟิร์ส” เป็นสไตลิสต์แต่แอบหนีที่บ้านมาทำงาน  คาแร็คเตอร์จะมีความเป็นพี่ใหญ่ในกลุ่ม ชอบช่วยเหลือคนอื่น  เรื่องนี้เล่นไม่ยากมากครับ มีอะไรคล้ายผมหลายๆ อย่าง ชีวิตจริงผมก็เป็นพี่ชายคนโตด้วย เลยค่อนข้างเข้าใจตัวละคร “เฟิร์ส” แต่ก็มีบางอย่างที่ไม่เหมือนนะ เช่น เฟิร์สจะชอบวางมาดนิดๆ มีความเป็นผู้ใหญ่มาก แต่ผมยังมีความเด็กอยู่นิดๆนะ ( ยิ้ม )  กับเรื่องนี้ผมทำการบ้านค่อนข้างเยอะ ทบทวนบท และพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดครับ ผมชอบบรรยากาศในกองถ่ายมากๆ เป็นประสบการณ์การเล่นซีรีย์เรื่องแรกที่ดีมากๆครับ”

 

ชอบงานแบบไหนมากที่สุด

“เมื่อก่อนผมจะชอบเดินแบบมากที่สุด เพราะคิดว่าตัวเองคงแสดงไม่ได้หรอก ทำได้แค่เดินแบบ , ถ่ายแบบ แต่พอได้เปิดตัวเอง เปิดรับอะไรหลายๆอย่างทำให้ผมสนุกและอยากลองทำอะไรใหม่ๆอยู่เรื่อยๆ เลยได้ค้นพบความสนุกมากขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ไม่ฟิกซ์ตัวเองแล้วว่าต้องทำอะไร เรียกว่าอยากลองไปหมดทุกอย่างเลยครับ”

พัฒนาตัวเองอยู่เสมอ

“ใช่ครับ ผมจะเอางานเก่าๆที่ตัวเองทำมาดูว่าที่ผ่านมาเป็นยังไง ต้องแก้ตรงไหน ปรับตรงไหน งานใหม่ควรทำยังไง เพราะตอนนี้ก็มีงานหลายๆอย่างเข้ามาทั้ง โฆษณา , MV , ซีรีย์ ฯลฯ เลยคิดว่าต้องพัฒนาตัวเองให้มากขึ้น ตอนนี้กำลังจะเรียนการแสดงเพิ่มด้วยครับ อ้อ!! แล้วตอนนี้ผมเรียนภาษาจีนอยู่ด้วยครับ เพื่อต่อยอดงานและแก้ปมในใจตัวเองด้วย ( หัวเราะ ) เพราะที่บ้านผมเป็นคนจีนแต่ผมพูดจีนไม่ได้เลย คือที่บ้านเขาจะพูดกันเอง และคงคิดว่ารุ่นผมคงไม่ได้ใช้เพราะอยู่เมืองไทย แต่รู้ไหมครับว่าคนภายนอกคิดว่าผมพูดจีนได้หมดเลยนะ นี่แหละ!! ผมเลยคิดว่าผมต้องเรียนแล้วแหละ แต่หลักๆก็เพื่องานอนาคตในตัวเองด้วยครับ ( ยิ้ม )”

DSC_1186-copyอยากลองทำถ้ามีโอกาส

“ผมอยากเล่นบทบาทพวกจอมยุทธ์ กำลังภายในครับ ผมเคยไปแคลสบทแบบนี้ด้วยนะ แต่ไม่ได้ครับ ผมชอบแนวซุปเปอร์ฮีโร่ มีพลังพิเศษ ผมเป็นคนสะสมฟิกเกอร์พวกสตาร์วอร์ มาเวล ฯลฯ แต่จะมีไหมอะครับบทแบบนี้ ?? ( หัวเราะ ) ส่วนบทบาททั่วไปถ้าผมสนใจก็จะรับเล่นครับ แนวที่ชอบมากๆและอยากลอง คงเป็นคอมมาดี้ ผมว่าตัวผมเหมาะนะ”

คาดหวังกับวงการบันเทิงยังไง

“ผมไม่ได้คาดหวังว่าตัวเองจะต้องไปอยู่ตรงไหน ขอแค่ให้มีงานเข้ามาให้ได้ลองทำก็โอเคแล้วครับ  เมื่อก่อนผมเป็นคนที่คาดหวังเยอะแล้วเฟลมาเยอะ ตอนนี้ก็เลยบอกตัวเองว่าไม่คาดหวังอะไรกับผลลัพธ์ แค่ทำทุกงานให้เต็มที่และออกมาดีที่สุด ให้ทุกอย่างเป็นไปในทางของมันครับ”

 

ชีวิตเปลี่ยนไป

“ก็มีคนรู้จักมากขึ้นครับ ยอดติดตามอินสตาแกรมเพิ่มขึ้น ไปไหนมาไหนก็มีคนมาขอถ่ายรูป ก็ดีใจครับ รู้สึกดีและภูมิใจที่มีคนยอมรับในผลงาน แต่ถ้าในมุมการใช้ชีวิตก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนไปมากเท่าไหร่  แต่ผมก็เข้าใจนะว่าการทำงานตรงนี้ เวลาชีวิตส่วนตัวอาจจะลดลงไปบ้าง แต่ตอนนี้มันยังยังโอเคอยู่ ถ้าวันหนึ่งงานเยอะขึ้น ทุกอย่างคอมพลีท ก็คงต้องเมเนจใหม่ครับว่าเวลาส่วนตัวต้องแบ่งยังไง เพราะส่วนมากเวลาว่างๆผมก็จะออกกำลังกาย , ดูหนัง , อ่านหนังสือ”

 

ไลฟ์สไตล์ของ ณ

“เรื่องแต่งตัว ผมจะเป็นคนที่ง่ายๆมากครับ จะไม่ใช่สายแฟชั่นเลยนะ ที่เห็นแต่งตัวเก๋ๆส่วนใหญ่ก็จะจากการทำงานครับ แต่ช่วงนี้ก็เริ่มแต่งตัวมากขึ้นแล้วนะ  ส่วนเรื่องที่ไปเที่ยวหลายคนจะคิดว่าผมเป็นคนชอบเที่ยว แต่จริงๆจุดเริ่มต้นมาจากที่เพจชวนไปเที่ยวก่อน พอลองไปแล้วก็สนุกนะครับ เขาจะมีแพลนไว้หมดเลยว่าไปไหนบ้าง คือผมจะเป็นคนที่ไม่ชอบแพลนอะไรเวลาไปเที่ยว และก่อนหน้านี้ก็ไม่ค่อยได้ไปเที่ยวบ่อยมากครับ แต่พอได้ลองไปบ่อยๆก็ชอบนะครับ  ผมมีความฝันอยากไปอยู่ 2 ที่คือ ฝรั่งเศส และ ลอนดอนครับ ตอนนี้ก็ทำงานเก็บเงินเพื่อไปให้ได้ มันเหมือนเป็นแรงจูงใจอย่างหนึ่ง เมื่อก่อนทำงานมาก็จะซื้อฟิกเกอร์บ่อยที่สุดครับ ( หัวเราะ) ”

 สเตตัสหัวใจ

“โสดแต่ไม่สุดครับ ( หัวเราะ ) ก็มีคนคุยๆอยู่ แต่ถ้าถึงขั้นกดปุ่ม In Relationship ตอนนี้ยังไม่พร้อมกดสเตตัสนี้กับใครครับ  ความรักเป็นเรื่องที่ต้องคิดเยอะๆ และต้องศึกษากันเยอะๆครับ สเปคผมชอบผู้หญิงฉลาด หมวยๆ ผมยาว แต่ที่เคยศึกษามาก็ไม่มีสเปคตามนี้เลยนะ สุดท้ายแล้วผมว่าคนที่คุยด้วยแล้วรู้เรื่องนั่นแหละคือคนที่ใช่  ผมชอบผู้หญิงอายุมากกว่าสัก 3-4ปี ผมรู้สึกว่าเป็นช่วงอายุที่คุยแล้วเข้าใจกัน ไม่งอแง ผมเป็นคนที่คุยหรือศึกษากับคนอายุน้อยกว่าไม่ค่อยเข้าใจครับ ( หัวเราะ )

ฝากผลงานกับแฟนๆ

“ตอนนี้มี MV เพลงหนึ่งคืน ของ อะตอม ที่เพิ่งปล่อยออกมาครับ  , ซีรีย์ Beauty Boy The Series ทางช่อง3SD , งานโฆษณา และกำลังจะถ่ายซีรีย์เรื่อง Six The Series ครับ ส่วนถ้าใครอยากดูผลงานที่ผ่านมาก็มี MV ตัวแถม ของวง Mean , MV เสียงสะท้อน ของ นิวจิ๋ว  ฯลฯ  แต่ถ้าคิดถึงกันหรืออยากติดตามผลงานก็ในอินสตาแกรมส่วนตัวผมได้เลยครับ @naptvik และ เฟสบุ๊คแฟนเพจ Naptvik ครับ”