กำเนิดคู่จิ้นป้ายแดง “ซิง-โอ๊ต”

คอลัมน์ คุยกับดาว
เรื่อง – อนันต์ ธัญญ์รัตน์ / ภาพ – วิวิศน์วรดร จันทรวงศ์ & เหมวิช

IMG_4972หากไม่ได้คลุกคลีอยู่ในแวดวงบันเทิง น้อยคนที่จะรู้จักคำว่า “คู่จิ้น” แต่ถ้าพูดถึงคู่จิ้นชาย-ชาย แล้วไม่ว่าจะอยู่ในแวดวงไหนก็คงจะรู้จักละครซีรีส์ “Love Sick รักวุ่นวัยรุ่นแสบ Season 2” เป็นอย่างดี วันนี้ผมรับหน้าที่ในการถ่ายทอดเรื่องราวของ “ซิง-หฤษฎ์ ชีวการุณ” และ “โอ๊ต-ธราธร พุ่มโพธิงาม” หนึ่งในคู่จิ้นจำนวนไม่น้อยที่โลดแล่นอยู่ในละครซีรีส์ภาคต่อเรื่องนี้

ปัจจุบันตารางเวลาของสองหนุ่มค่อนข้างชุก แต่ผมก็ยืนกรานที่จะขอคุยกับพวกเขา ด้วยเหตุผลที่เชื่ออยู่ลึกๆ ว่า ภายในตัวของเด็กหนุ่มสองคนนี้ มีอะไรน่าสนใจมากพอที่จะทำให้คนหยุดอ่าน โอ๊ตแต่งตัวเดิมๆ ด้วยเสื้อยืด กางเกงยีนส์ ไม่ห่วงลุค ไม่ห่วงหล่อ ในขณะที่หนุ่มซิงกลับแต่งองค์ทรงเครื่องมาเต็ม
IMG_4976
โอ๊ตบอกกับผมว่าเพราะบทเป้อ-มาวินนี่แหล่ะที่ทำให้หลายคนชื่นชอบในตัวเขา ณ ขณะนี้ “ตอนนี้ก็มีกระแสในทวิตเตอร์ มีรูปคู่กันออกมาบ้าง ก็ชอบ รู้สึกว่าเข้ากัน ดูดี อบอุ่น”

“ซีซั่นแรกเป็นคนเฮฮาครับ จะเห็นผมประมาณตอนละ 1-5 วินาที แล้วเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ (หัวเราะ) ซีซั่นนี้ก็อาจจะเพิ่มขึ้นมาบ้าง ออกแนวดราม่าหน่อย เหมือนมีปัญหากับโอ๊ต” ซิงบอกกับผมถึงความแตกต่างระหว่างซีซั่นแรกและซีซั่นสอง

“ตอนแรกที่ผมได้เข้ามาแคส พอผ่านวันที่เข้ารอบมาเสร็จปุ๊บ ก็มาถึงวันที่ต้องมาแคสที่จะได้เข้ามาเล่นซีรีส์ก็เจอกับพี่ซิง ซึ่งผมก็รู้จักพี่เค้าอยู่แล้ว เพราะเห็นภาพการแสดงของพี่เค้าในซีซั่นแรก แต่ผมก็ไม่รู้นะว่าต้องมาเล่นคู่กับเค้า เป็นความรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เจอรุ่นพี่ครับ” โอ๊ตเริ่มต้นเล่าถึงความรู้สึกที่เขาได้เจอซิงครั้งแรก

IMG_4980ในขณะที่ซิงรีบเสริมว่า “ตอนเจอกันครั้งแรกโอ๊ตเป็นคนเงียบมาก พี่ทีมงานให้ลองเล่นกับโอ๊ตดู พี่เขาให้โจทย์มาว่าให้ผมทำยังไงก็ได้ให้โอ๊ตหัวเราะ ซึ่งพี่เขาให้เวลาผม 10 วินาที แต่ก็ทำไม่ได้ โอ๊ตนั่งนิ่งมาก นิ่งแบบไร้ความรู้สึก ไร้จิตวิญญาณ ก็รู้สึกแปลกๆ ไม่คิดเลยว่าจะได้มาเล่นด้วยกัน”

ดวงตากลมโตเปล่งประกายระยับฉายคู่มากับรอยยิ้มเบิกกว้างแต่งแต้มไปด้วยไรหนวดที่เพิ่งขึ้นจากการโกนของซิง ทุกครั้งที่นักแสดงหนุ่มวัย 18 ปีคนนี้เอ่ยปาก พลันทำให้ผมนึกถึงภาพจีบหญิงของเป้อในซีซั่นแรกที่ยังคงติดตาของผมอยู่ จนผมเริ่มไม่แน่ใจว่าสองหนุ่มจะมีเรื่องกุ๊กกิ๊กกันในจอให้ได้เห็นบ้างไหม

IMG_4996โอ๊ต “กุ๊กกิ๊กมันก็มี เหมือนตอนแรกจะเริ่มต้นด้วยเรื่องดราม่า และก็จะเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ครับ”
ซิง “คงไม่ถึงขั้นนอนด้วยกันอย่างปุณณ์กับโน่ (หัวเราะ)”
โอ๊ต “แต่เรื่องปัญหาน่าจะเยอะกว่า”

ผมไม่รอช้าที่จะป้อนคำถามให้พวกเขาว่า ฉากไหนที่เข้าถึงตัวกันมากที่สุด

“ตอนนี้ได้อ่านบทถึงแค่ยี่สิบตอนแรก ยังไม่รู้ตอนหลัง แต่ว่าที่ถ่ายมามากสุดคือจับแก้ม อารมณ์ประมาณฝุ่นเข้าตา แล้วผมเข้าไปดูให้ ไปเป่าให้ ซึ่งผู้กำกับเพิ่มเอง ณ ตอนนั้นเลยครับ (หัวเราะ)” ซิงกล่าวอย่างออกรส

IMG_4982ยังจำความรู้สึกตอนนั้นได้ไหม ผมรีบถามต่อ

ซิง “จำได้ครับ ตอนแรกผมคุยกับพี่เห็ด(คนเขียนนิยาย) ผมถามว่าเป้อนี่มีอะไรบ้าง เค้าบอกว่าไม่มีเลย อย่างมากก็แค่มองหน้ากับมาวิน แต่ผมถ่ายกับโอ๊ตวันแรก พี่เค้าก็ให้ผมจับแก้มแล้วครับ คือตกใจนิดนึงว่าต้องจับแก้มเลยเหรอ แล้วผู้กำกับก็ให้เข้าใกล้ เหมือนแบบให้เข้าไปดูหน้าเค้า ว่าตาเค้าเป็นอะไร ยอมรับว่าตื่นเต้นเหมือนกัน”
โอ๊ต “เป็นงานชิ้นแรก ตื่นเต้นอยู่เหมือนกัน ก็ไม่คิดว่าจะได้เล่นใกล้กันขนาดนี้”

จนถึงตอนนี้ผมเริ่มเข้าใจความรู้สึกของซิงที่บอกว่าโอ๊ตเป็นคนนิ่งเสียแล้ว โอ๊ตค่อนข้างพูดน้อย ซึ่งตรงกันข้ามกับซิงที่ขยันยิ้มร่าตลอดการสนทนา รอยยิ้มนั้นกับการเคลื่อนไหวอันเป็นธรรมชาติของเขา ทำให้ผมอยากรู้มากขึ้นว่าเวลาถูกเนื้อต้องตัวกันจะมีเขินอายกันบ้างไหม

IMG_4985โอ๊ต “เขินน่าจะไม่มี เพราะชินแล้ว”
ซิง “ชินอะไร (หัวเราะ)”
โอ๊ต “เรื่องถูกจับแก้มผมว่ามันชินแล้วอ่ะ ก็เล่นกันใครก็จับแก้มได้”

โอ๊ตทำให้ผมประหลาดใจได้ไม่น้อย หลังจากที่บอกว่า คาแรคเตอร์พวกเขาทั้งคู่ เคมีเข้ากันได้ ความสงสัยเหล่านี้ทำให้ผมเริ่มอยากรู้แล้วว่าเคมีของสองหนุ่มเข้ากันได้ยังไง

“พวกผมก็ยังดูกันไม่ค่อยรู้ ว่าเคมีเข้ากันยังไง แต่ถ้าสมมุติว่าต่างกับคู่อื่น ผมว่าแต่ละบท แต่ละคาแรคเตอร์ของตัวละครมันก็ต่างกันอยู่นะ” โอ๊ตกล่าว

ซิงเป็นหนุ่มขี้เล่นอารมณ์ดี เขามักจะพูดหยอกล้อเสมอเมื่อมีโอกาส ตรงกันข้ามกับโอ๊ตที่เป็นคนพูดน้อย และคอยยิ้มรับคำหยอกล้อจากซิงอยู่เสมอ ทำให้ผมอดสงสัยไม่ได้ว่าพวกเขาจะเคยแกล้งและโกรธกันบ้างไหม

IMG_4992โอ๊ต “เรารักกันดี (หัวเราะ)”
ซิง “ส่วนมากก็เล่นกันแบบพี่น้อง”
โอ๊ต “ยังไม่มีเรื่องโกรธกัน”
ซิง “แต่อีกสักพักน่าจะมี (หัวเราะ)”

ถ้าโกรธกันจะมีวิธีง้อกันยังไง ผมถามต่อ…

โอ๊ต “ยังไงก็ต้องร่วมงานกันอยู่ดี คงไม่โกรธกันอยู่แล้วอ่ะ ถึงโกรธกันยังไงก็ต้องกลับมาคืนดีกันอยู่ดี ผมเป็นคนที่โกรธใครไม่นาน ถ้าเรื่องหนักๆ วันเดียวก็หายแล้ว”
ซิง “ดี จะได้แกล้ง (หัวเราะ)”
โอ๊ต “ไม่เอา..ไม่แกล้ง”

 
ความรู้สึกถึงการมีอยู่ของพวกเขาแจ่มชัดขึ้นทุกขณะ สิ่งที่ผมสัมผัสได้อย่างชัดเจนก็คือ ความรู้สึกดีๆ ที่มีให้กันของสองหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้าผมคู่นี้ พวกเขาค่อนข้างสนิทกัน จนทำให้ผมอยากรู้ว่าพวกเขาทั้งสองจะมีฉายาเรียกกันไหม

IMG_5019ซิง “ผมเรียกเค้าว่าลูกอ๊อด”
โอ๊ต “…..”
ซิง “ไม่ต้องคิดชื่อซน ถ้าไม่มีก็บอกไม่มี (หัวเราะ)”
โอ๊ต “งั้นไม่มีก็ได้”

ในขณะที่พักเว้นจากคำถาม ผมยังคงนั่งอยู่บนโซฟา มองตรงไปยังสองหนุ่มที่นั่งตัวชิดติดกันห่างออกไปเพียงแค่มือเอื้อมถึง ก่อนจะค่อยๆ วิเคราะห์หาตัวตนของสองหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าผมคู่นี้

“สำหรับผมคิดว่าพี่ซิงเป็นคนกวนๆ ตอนแรกก็รู้สึกดีใจที่ได้เล่นคู่กับพี่เค้า แต่ลึกๆ ก็รู้สึกตื่นเต้นเหมือนกันว่าจะเล่นได้หรือเปล่า สำหรับตัวผมถ้าไม่สนิทกับใครก็จะนิ่งเลย กลัวว่าจะเล่นด้วยกันไม่ได้ แต่ก็เล่นได้” โอ๊ตเล่าถึงตัวตนของซิงด้วยเสียงที่ดังกว่าปกติเล็กน้อย
IMG_5022
“ตอนแรกคิดว่าเค้าเป็นคนนิ่งๆ แต่พอรู้จักจริงๆ เค้าไม่นิ่งเลยครับ โอ๊ตเป็นเด็กซนคนนึงเลยครับ ซนตามประสาเด็ก ซึ่งผมก็เด็กเหมือนกัน (หัวเราะ) ถ้ามีอะไรให้ทำก็จะทำหมด” ซิงโพล่งขึ้นทันทีที่โอ๊ตจบประโยค

ความรู้สึกนึกคิดของคนหนึ่งผ่านไปสู่อีกคนหนึ่งมีสายสัมพันธ์ประหลาดล้ำที่ประคับประคองเชื่อมต่อ แต่ผมไม่แน่ใจว่าพวกเขามองอนาคตของกันและกันยังไง

โอ๊ต “ผมว่าพี่ซิงเค้าเป็นตัวของตัวเองเวลาเล่นละคร ผมว่าเค้าไม่มีกำแพงสำหรับตัวเอง มันก็ยิ่งดูน่าสนใจ”
ซิง “โตขึ้นหล่อ เมื่อก่อนอ้วนมากเลยนะ แต่ตอนนี้ดูดีแล้ว โตขึ้นก็คงดูดีกว่านี้”
IMG_5024
บรรยากาศการสนทนาดำเนินไปอย่างสนุกสนาน แม้จะไม่สบโอกาสที่จะพูดออกไปตามที่ใจคิด แต่ผมก็สอดแทรกความคิดที่คล้ายคลึงกันไปในช่วงหนึ่งที่พวกเขาเริ่มหยอกล้อกันเล็กๆ โดยโพล่งออกมาว่าถ้าขอได้อยากจะขออะไรจากอีกฝ่าย

ซิง “ขอให้เค้าเป็นแบบนี้เหมือนเดิมครับ เป็นเด็กที่น่ารักอย่างนี้ตลอดไป ก็โอเคแล้วครับ”
โอ๊ต “ขอให้อยู่ด้วยกันแล้วมีความสุขแบบนี้ไปเรื่อยๆ เป็นพี่ที่คอยพูดได้ทุกเรื่อง เวลาเล่นกันรู้สึกโล่ง รู้สึกดี ไม่รู้สึกอึดอัด”

คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะให้ผู้ชายสองคนขออะไรจากกันและกันโดยปราศจากความเขินอาย และยิ่งให้ฝากอะไรถึงกันและกันโดยที่ไม่ได้เตรียมตัวกันมาก่อน การให้ทั้งสองโผเข้ากอดกันก็อาจจะง่ายดายกว่า
IMG_5031
โอ๊ต “อยากให้พี่ซิงมีคนรู้จักเยอะๆ มันก็ดีต่อตัวเองด้วย และก็ดีต่องานด้วย แล้วก็ขอให้เล่นละครเก่งๆ แบบนี้ไปนานๆ คนที่เล่นด้วยจะได้รู้สึกว่าพี่เขาสามารถพยุงเราหรือช่วยเหลือเราได้”
ซิง “โอ๊ตเป็นเด็กขยัน ก็อยากให้ขยันเหมือนเดิม อยากให้รักษาความมีวินัยแบบนี้เอาไว้นานๆ ครับ”

เวลากว่าครึ่งชั่วโมงของการสนทนา มากพอที่จะทำให้ผมได้สัมผัสถึงเสน่ห์บางประการซึ่งเย้ายวนจนทำให้ผมมั่นใจว่าผู้อ่านทุกท่านจะเห็นคล้อยตามไปกับผมเฉกเช่นเดียวกัน

หมายเหตุ: ขอขอบคุณ ร้านระเบียงแซ่บ ที่เอื้อเฟื้อสถานที่

 
ติดตามชมเรื่องราวอัพเดทของศิลปินดาราแบบเอ็กซ์คลูซีฟได้ที่ คอลัมน์: คุยกับดาว น้องๆ คนไหนที่อยากอัพเดทเรื่องราวของศิลปินดาราสุดที่รักของคุณแบบนี้ ส่งมาได้ที่ startalk@prsociety.net หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.prsociety.net และ www.facebook.com/PRSocietyNews