สถาบันอาหาร หนุนพัฒนาฝีมือเชฟไทยคว้าแชมป์โลก The Culinary World Cup 2014

World Champion Chef01วานนี้(17ธ.ค.2557)ที่โรงแรมเลอ เมอริเดียน สุรวงศ์///สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม  จัดแถลงข่าว World Champion Chef แนะนำเชฟไทยสร้างชื่อคว้ารางวัลแชมป์โลกประเภททีม 2 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน และประเภทเดี่ยว 2 เหรียญเงิน ในรายการใหญ่ระดับโอลิมปิกด้านอาหาร             The Culinary World Cup 2014 จากประเทศลักเซมเบิร์ก    เชื่ออาชีพเชฟไทยคือหัวใจของครัวไทยสู่ครัวคุณภาพของโลก  เผยแนวทางส่งเสริมอาหารไทย และวัตถุดิบไทยผ่านฝีมือเชฟไทย  ตระเวนจัดแสดง ถ่ายทอดความรู้การปรุงอาหารไทยให้เชฟต่างชาติทั่วโลก ทั้งสนับสนุนการจัดแข่งขันปรุงอาหารด้วยวัตถุดิบไทยในเวทีระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง 

นายเพ็ชร ชินบุตร ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กล่าวถึง   แนวทางการผลักดันครัวไทยสู่ครัวคุณภาพของโลกว่า สถาบันอาหารได้รับมอบหมายจากกระทรวงอุตสาหกรรมให้มุ่งเน้นการส่งเสริมอาหารไทย และวัตถุดิบไทยให้เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมไปทั่วโลก โดยได้ดำเนินกิจกรรมต่างๆ หลากหลายรูปแบบภายใต้โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารของไทยให้เป็นครัวอาหารคุณภาพของโลก(Thailand Food Quality to the World) และการมุ่งส่งเสริม และประชาสัมพันธ์อาชีพเชฟ ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในการสร้างสรรค์อาหารไทยให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในระดับนานาชาติ นับเป็นแนวทางสำคัญอีกประการหนึ่ง

“ที่ผ่านมาสถาบันอาหารได้ให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรม Thainess และ Working & Learn    ในการส่งเสริมและสร้างอัตลักษณ์อาหารไทยด้วยการจัดส่งเชฟไทยที่มีความรู้ ความสามารถ ตลอดจนจัดส่งวัตถุดิบอาหารไทยที่มีคุณภาพไปจัดแสดง รวมถึงถ่ายทอดความรู้ด้านการปรุงอาหารไทยการใช้วัตถุดิบไทยให้กับเชฟต่างชาติ และชาวต่างชาติที่ผู้สนใจอาหารไทยในหลายประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น เยอรมัน สหรัฐอเมริกา อิตาลี มาเลเซีย เป็นต้น ขณะเดียวกันก็มีแนวคิดผลักดันให้อาชีพเชฟได้รับการยอมรับจากคนรุ่นใหม่ และเยาวชน ให้มีมุมมองต่อวงการเชฟที่มากกว่าการเป็นผู้ปรุงอาหารให้มีรสชาติอร่อยเท่านั้น เพราะแท้จริงแล้วเชฟเป็นอาชีพที่ต้องมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีการประยุกต์ ดัดแปลงการใช้วัตถุดิบและการตกแต่งเพิ่มมูลค่าให้อาหารน่ารับประทาน เปรียบเสมือนเป็นตัวแทนประเทศไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวให้ได้ลิ้มลองรสชาติอาหารไทย นับเป็นการเผยแพร่เอกลักษณ์และวัฒนธรรมของไทยได้อีกทางหนึ่ง

นอกจากนี้ยังได้ให้การส่งเสริมเชฟไทย และเชฟต่างชาติหันมาใช้วัตถุดิบไทยในการปรุงอาหาร โดยได้สนับสนุนให้มีการจัดการแข่งขัน The 1th Thailand Culinary World Challenge 2014 และ The 2nd Thailand Culinary World Challenge 2014 พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์วัตถุดิบของไทยให้เป็นที่รู้จักภายใต้เอกลักษณ์อาหารไทย ขณะเดียวกันก็สามารถนำวัตถุดิบไทยไปประยุกต์ใช้ได้กับอาหารทั่วโลก ด้วยคุณสมบัติของวัตถุดิบไทยที่มีความโดดเด่นตลอดจนจะส่งผลให้อุตสาหกรรมอาหารตลอดห่วงโซ่เกิดแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ สร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจอาหารไทยตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสดีในการสร้าง

World Champion Chef05ภาพลักษณ์ให้กับอาหารไทยให้เกิดความเชื่อมั่นในคุณภาพ และรสชาติ ที่สำคัญยังได้รับการพัฒนารูปลักษณ์และวิธีการนำเสนอให้สวยงาม น่าสนใจ เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัตถุดิบไทย ตลอดจนสินค้าและบริการ

ด้านอาหารไปพร้อมกันอีกด้วย โดยในปี 2015 ได้เตรียมจัดงานดังกล่าวขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนเชฟต่างชาติที่สนใจงานดังกล่าวลงทะเบียนเข้าแข่งขันเป็นจำนวนมาก

นายเพ็ชร กล่าวต่อว่า  ล่าสุด สถาบันอาหารได้ให้การสนับสนุน ทีมเชฟไทยในการแข่งขัน        The Culinary World Cup 2014 ณ ประเทศลักเซมเบิร์ก และสามารถคว้ารางวัลแชมป์โลกมาได้หลายรายการ

ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของวงการเชฟไทยในการสร้างชื่อเสียง และนำมาซึ่งความภาคภูมิใจให้แก่คนไทยอย่างมาก  เพราะการแข่งขันในครั้งนี้ถือเป็นการแข่งขันระดับโอลิมปิกด้านอาหารของเหล่าบรรดาเชฟจากทั่วโลก

ด้านเชฟวิลแมน ลีออง ประธานชมรม Thailand Culinary Academy กล่าวว่า การแข่งขัน           The Culinary World Cup 2014 จัดขึ้นที่ EUXEPO Exhibition and Conference Center, Luxembourg ในชื่องาน EXPOGAST 12th INTERNATIONAL TRADE SHOW FOR GASTRONOMY โดยจะจัดขึ้นเป็นประจำทุก 4 ปี ในปีนี้มีผู้เข้าชมงานมากกว่า 40,000 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมบริการอาหาร แลมีผู้เข้าแข่งขันจาก 53 ประเทศ รวม 1,700 คน

สำหรับประเทศไทยทางชมรม Thailand Culinary Academy ส่งเชฟจำนวน 20 คน เข้าร่วมการแข่งขันในรายการ The Culinary World Cup 2014 เป็นครั้งแรก  โดยส่งเชฟเข้าแข่งขันจำนวน 5 รายการ ได้รับรางวัลเหรียญทอง 2 รางวัล เหรียญเงิน 3 รางวัล โดยเหรียญทอง ได้แก่ การแข่งขันประเภท Community Catering Professional Team ( 5 คน) และ Hot Cooking Category Junior Team ( 6 คน) ส่วนเหรียญเงิน ได้แก่ การแข่งขันประเภท Cool Display Category Junior Team ( 6 คน) , Culinary Art Display Category Individual (1 คน) และ Pastry Display Category Individual (1คน)

“การแข่งขันในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงได้ด้วยดีก็เพราะได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะจากสมาคมเชฟประเทศไทย ในการพัฒนาเชฟรุ่นใหม่ รวมถึงเชฟมืออาชีพให้มีความรู้และสามารถพัฒนาฝีมือสู่ระดับสากล โดยมีเป้าหมายในการส่งเชฟเข้าร่วมแข่งขันในเวทีระดับโลก เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเชฟไทย ซึ่งเชฟไทยทุกคนมีความภาคภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมอาหารไทย ส่งเสริมวัตถุดิบไทยให้เป็นที่รู้จักทั่วโลก และร่วมสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยในการเป็นครัวคุณภาพของโลก เชฟวิลแมน กล่าว